www.morerichs.com




ถ้าคุณต้องการเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีปัญหาเรื่อง
*น้ำหนักเกินมาตรฐาน ควบคุมน้ำหนักไม่ได้
*สุขภาพอ่อนแอ สามวันดีสี่วันไข้
*เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
*ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งสดใส
ทฤษฏีการกินอาหารตามรกรุ๊ปเลือดจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้คุณได้ เพราะเลือดเป็นส่วนสำคัญ
ที่จะนำสารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อเริ่มต้นกินอาหารที่ดีต่อกรุ๊ปเลือด
สุขภาพร่างกายที่เสียไปก็จะค่อย ๆ กลับคืน กลายเป็นคุณคนใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
อ่านแล้วอย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าคุณจะพิสูจน์ด้วยตนเอง

คุณเคยทราบหรือไม่ว่า ร่างกายของเรานั้นมีเลือดมากน้อยเพียงใด ผู้ใหญ่จะมีเลือดอยู่ประมาณ 5-6 ลิตร คิดเป็น 7-8 % ของน้ำหนักตัว เลือดจะหมุนเวียนไปตามเส้นเลือดเพื่อน้ำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังเป็นตัวขับเคลื่อนของเสียอีกด้วย ถ้าปราศจากเลือดร่างกายก็จะหยุดทำงาน
องค์ประกอบของเลือดมี 4 ส่วนสำคัญคือ
1. เซลล์เม็ดเลือดแดง (RED CELLs) มีส่วนประกอบของโปรตีนชนิดพิเศษชื่อว่า เฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นตัวช่วยลำเลียงอออกซิเจนที่ได้จากปอด เพื่อขับออกนอกร่างกาย ในขณะที่เราหายใจออกนั่นเอง และช่วยผลิตเม็ดเลือดแดงอีกด้วย
2. เซลล์เม็ดเลือดขาว (WHITE CELLs) เป็นเซลล์กลม ๆ สีขาวใส มีขนาดใหญ่กว่าเม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาวจะผลิตโปรตีนที่มีชื่อว่า แอนติบอดี้
มีหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัสและโปรตีนแปลกปลอมอื่น ๆ โดยทั่วไปเราจะมีเม็ดเลือดขาวประมาณ 7,000-25,000 เซลล์ ต่อเลือด 1 หยด
แต่ถ้าเซลล์เม็ดเลือดขาวมีมากกว่านี้อาจทำให้เกิด โรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือดได้
3. เกล็ดเลือด (PLATELETs) เป็นเพียงเศษของเซลล์เม็ดเลือด มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือวงกลม ขนาดครึ่งหนึ่งของเซลล์เม็ดเลือดแดง หน้าที่สำคัญคือ
ช่วยให้เลือดจับตัวเป็นก้อน หรือจับตัวเป็นลิ่ม เมื่อเส้นเลือดเกิดการฉีกขาด เช่น ถ้าเรามีแผลจากการถูกมีดบาด เกล็ดเลือดจะช่วยให้เลือดแข็งตัวเพื่อลด
การสูญเสียเลือดและช่วยสมานแผลที่ฉีกขาดเข้าด้วยกัน ถ้าขาดเกล็ดเลือดอาจจะทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้
4. พลาสมา (PLASMA) ในเลือด 1 หยดมีพลาสมาเป็นส่วนประกอบ ถึง 55 % ส่วนในตัวพลาสมาเองมีส่วนประกอบของน้ำถึง 92% และยังประกอบด้วยไขมัน
น้ำตาล,ดปรตีน,โปรแทสเซียม,แคลเซียม,เกลือ,แมกนีเซียม พลาสมามีสีขาวใส มีหน้าที่นำสารอาหารที่ร่างกายได้รับไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ
และช่วยขับเคลื่อนของเสีย ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญ ออกจากร่างกาย นอกจากนี้ พลาสมา ยังมีส่วนประกอบ ของน้ำตาล,วิตามิน,เกลือแร่,ฮอร์โมน
เอนไซด์,แอนติบอดี้และโปรตีนชนิดอื่น ๆ ที่หมุนเวียนเปหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ปัจจุบันสามารถแบ่งกรุ๊ปเลือดได้ดังนี้
1. กรุ๊ปโอ เป็นกรุ๊ปเลือดที่ไม่มีแอนติเจน A หรือ B อยู่ที่บริเวณรอบ ๆ เซลล์เม็ดเลือดแดงเลย แต่มีแอนติบอดี A หรือ B อยู่ในส่วนของพลาสมา คนไทยมีกรุ๊ป
เลือด โอ ถึงร้อยละ 37 มากเป็นอันดับ 1 ของประชากรไทยทั้งหมด
2. กรุ๊ปเลือดเอ จะมีแอนตอเจน A อยู่บริเวณรอบ ๆ เซลล์เม็ดเลือดแดง และแอนติบอดี B อยู่ที่พลาสมา คนไทยมีกรุ๊ปเลือดเอประมาณ 22% ของประชากร
3. กรุ๊ปเลือดบี กรุปเลือดบีจะมีแอนติเจน B อยู่ที่เซลล์เม็ดเลือดแดง และแอนติบอดี Aอยู่ที่พลาสมา คนไทยมีกรุปเลือดบีมากเป็นอันดับ 2 คือประมาณ 33% ของประชากรไทยทั้งหมด
4. กรุปเลือเอบี เป็นกรุปเลือดที่มีแอนติเจน A และ B อยู่ที่เซลล์เม็ดเลือดแดง แต่กลับไม่มีแอนติบอดี A หรือ B ในพลาสมาเลย เป็นกรุปเลือดที่เรียกได้ว่าหายาก
ตารางเทียบกรุ๊ปเลือดและการบริจาคและการรับเลือดของแต่ละกรุ๊ป
| กรุ๊ปเลือด | แอนติเจน |
แอนติบอดี |
สามารถรับเลือดได้จากกรุ๊ปเลือด |
สามารถบริจาคเลือดให้แก่กรุ๊ปเลือด |
|---|---|---|---|---|
O |
- |
A,B |
O |
O,A,B,AB |
A |
A |
B |
A,O |
A,AB |
B |
B |
A |
B,O |
B,AB |
AB |
A,B |
- |
A,B,O,AB |
AB |
อาหารสามารถแบ่งออกเป็น 6 หมู่ ได้แก่
1. คาร์โบไฮเดรต พบมากในอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง น้ำตาลทราย เผือก และมัน เป็นต้น คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ให้พลังงานเสมือนเป็นเชื้อเพลิงให้แก่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรต 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี หากกินมากเกินไปจะเกิดการสะสมในรูปของไขมัน ทำให้อ้วนและเกิดน้ำตาลในเลือดสูงได้ ดังนั้นถ้าจะกินให้ดีควรเลือกกินในปริมาณที่พอเหมาะแก่การใช้พลังงานและควรเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต เป็นต้น เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีกากใยอาหารสูง
2. โปรตีน แหล่งอาหารโปรตีนได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว เต้าหู้ นมถั่วเหลือง โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี โปรตีนเป็นสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมและบำรุงเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยในการสร้างฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน (จะเห็นได้ว่าเลือดเองก็มีส่วนประกอบของโปรตีนไม่น้อย) ร่างกายจะไม่นำโปรตีนมาใฃ้หากไม่มีความจำเป็น ดังนั้นถ้าเรากิรอาหารจำพวกโปรตีนมากเกินไปก็จะทำให้โปรตีนเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้อ้วนและยังทำให้ตับไตทำงานหนังอีกด้วย
3. ไขมัน เป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุด ไขมัน 1 กรัมให้พลังงานมากถึง 9 แคลอรี ไขมันช่วยในการดูดซึมวิตามินบางชนิด และยังเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อบุผิว ไขมันแบ่งออกเป็น ไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ มันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา เป็นต้น หากกินอาหารประเภทไขมันมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลอุดตันในเส้นเลือด ฯลฯ
4. วิตามิน แม้ว่าวิตามินจะไม่ให้พลังงานเหมือนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือไขมัน แต่วิตามินด็มีความจำเป็นต่อร่างกายไม่น้อย วิตามินช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงระบบประสาท ช่วยในการขับถ่าย ช่วยร่างกายเผาผลาญไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กินมากก็ไม่ทำให้อ้วน วิตามินส่วนใหญ่พบมากในผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชชนิดต่าง ๆ
5. เกลือแร่ เกลือแร่คล้ายกับวิตามิน คือไม่ให้พลังงานแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเกลือแร่ช่วยให้การทำงานและโครงสร้างของเซลล์ในร่างกายทำงานเป็นปกติ ร่างกายของคนเราต้องการเกลือแร่ที่จำเป็นกว่า 15 ชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เป็นต้น เกลือแร่ส่วนใหญ่อยู่ในอาหารจำพวกผัก ผลไ/ม้ และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น
6. น้ำ เป็นสิ่งที่มีความจำเป้นต่อชีวิตมากที่สุด หากร่างกายขาดอาหารยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายอาทิตย์ แต่ถ้าร่างกายขาดน้ำเพียง 2-3 วัน อาจถึงขั้นเสียชีวิตควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วหรือ 2 ลิตร จึงจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติ เนื่องจากร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 70%การดื่มน้ำจึงช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียไป
ประโยชน์ของการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด
1. ช่วยรักษารูปร่างให้ดูดี และรักษาน้ำหนักให้คงที่ลดปัญหาเรื่องน้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟคต์
2. ช่วยชะลอวัย และบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัย
3. ช่วยปรับและรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล
4. ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายที่อ่อนแอให้มีกำลังมากขึ้น
5. ทำให้ร่างกายสามารถขจัดสารพิษและของเสียได้ง่ายขึ้น
6. ทำให้ระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ
7. ลดความเสี่ยงต่อโรค เช่น ภูมิแพ้จากอาหาร อาหารเป็นพิษ หอบหืด อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง อาการอักเสบ แผลเน่าเปื่อย เป็นต้น
8. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บป่วยแก่โรคร้ายให้ทุเลาลง
9. ช่วยควบคุมความดันโลหิต และรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลกันด้วย
10. ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดกรดและแก๊สในกระเพาะอาหาร
11. ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานดียิ่งขึ้นทำให้หัวใจทำงานเป็นปกติ
12. ลดอาการบวมน้ำ ซึ่งทำให้รูปร่างดูอ้วนกว่าความเป็นจริง
กินอาหารตามกรุ๊ปเลือดเริ่มต้นกินได้อย่างไร
1. ตรวจเช็ครูปร่าง สุขภาพร่างกายและผิวพรรณก่อนเริ่มกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด คุณต้องตรวจสอบดูว่าอาการเหล่านี้เข้าข่ายตัวคุณหรือไม่
*** ลิ้นเป็นฝ้า ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
*** ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
*** ผิวแห้งเหี่ยว ไม่เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เป็นสิว มีผืนคันตามผิวหนัง
*** เบื่ออาหาร
*** หงุดหงิดง่าย เครียด อารมณ์ฉุนเฉียว
*** ปวดศรีษะบ่อย ๆ หน้ามืด
*** ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียง่าย
*** คัดจมูกน้ำมูกไหล โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรืออยู่ในห้องปรับอากาศ
*** มีกลิ่นตัวแรง หรือเหงื่ออกมาผิดปกติ
*** มีแผลเปื่อยเรื้อรัง
*** มีอาการบวมน้ำ
*** บริเวณแขนขา มีเซล์ลูไลต์ หรือผิวเปลือกส้มปรากฏอยู่
*** ผมร่วง ผมบาง
*** นัยน์ตาแห้ง ตาแดง
*** หายใจติดขัด
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้เกินกว่าครึ่ง แสดงว่าร่างกายของคุณกำลังเต็มไปด้วยสารพิษ เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคร้ายตามมาภายหลัง ดังนั้นคุณต้องเริ่มดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่วันนี้ และถ้าใครมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว คุณสามารถควบคุมและเช็คได้จากตาราง แล้วคุณจะรู้ว่าเหมาะที่จะลดน้ำหนักหรอไม่ เพราะความอ้วนอาจเป็นบ่อเกิดของโรค ถ้ารักษาน้ำหนักได้ดีตามมาตรฐานแล้วความเสี่ยงต่อโรคก็อาจน้อยลงไปด้วย
และเสริมบุคคลิกภาพให้มั่นใจมากขึ้นด้วย
ตารางเทียบความสูงกับสัดส่วน (สำหรับอายุ 25 ปีขึ้นไป)
| ความสูง (เซนติเมตร) | รูปร่างผอมเพรียว |
รูปร่างสมส่วน |
รูปร่างใหญ่ถึงอ้วน |
|---|---|---|---|
141 |
42-44 |
44-49 |
47-54 |
145 |
43-46 |
44-50 |
48-55 |
147 |
44-47 |
46-51 |
49-57 |
150 |
45-49 |
47-53 |
51-58 |
152 |
46-50 |
49-54 |
52-59 |
155 |
48-51 |
50-55 |
54-60 |
157 |
49-53 |
51-57 |
55-63 |
160 |
50-54 |
53-59 |
57-64 |
163 |
52-56 |
54-61 |
59-66 |
165 |
54-58 |
56-63 |
60-68 |
168 |
55-59 |
58-65 |
63-68 |
170 |
57-61 |
60-67 |
64-72 |
175 |
61-65 |
64-70 |
68-76 |
178 |
63-67 |
65-72 |
69-78 |
2. เช็กกรุปเลือดให้แน่ใจเสียก่อน
3. เริ่มต้นการกินอาหารตามกรุปเลือด หัวใจหลักในการกินอาหารตามกรุปเลือดคือ 3 อ. ได้แก่ อาหารดี อารมณ์ดี และออกกำลังกายที่ดี
อาหารดี หมายถึงอาหารที่ดีต่อกรุปเลือดสามารถกินได้บ่อยครั้งมากเท่าไรก็ได้อาหารที่เป็นกลาง หมายถึงอาหารที่ไม่ก่อโทษและไม่ให้ประโยนช์เท่ากับอาหารที่ควรกินสามารถกินได้พอสมควร ไม่ถึงกับห้ามกิน สุดท้ายคือ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอาหารที่กินได้นานๆครั้ง
เพราะอาหารเหล่านี้จะมีโปตีนเล็กที่ค่อนข้างมีผลเสียต่อกรุปเลือดโดยตรง หากนานๆครั้งกินทีก็จะไม่เกิดโทษามากเพราะภูมิคุ้มกันร่างกายยังสามารถขจัดออกไปได้บ้าง
อารมณ์ดี คือการปลดปล่อยจิตใจให้ผ่อนคลาย หรือพยายามหาวิธีการคลายเครียดที่เกิดจากสถานการณ์ต่างๆรอบตัวการทำจิตใจให้แจ่มใสวิธีการทำให้อารมณ์ดีนั้นก็อธิบายไว้
้ในหัวข้อการดูแลสุขภาพจิตใจของแต่ละกรุปเลือด
ซึ่งจะช่วยหาวิธีรับมือกับความเครียจอย่างได้ผล
ออกกำลังกายดี คือการออกกำลังกายตามความเหมาะสมของกรุปเลือดแต่ละกรุปเลือดขึ้นอยู่กับว่าอาหารที่เหมาะสำหรับกรุปเลือดต้องการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากน้อยเพียงใด
เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละคน ตัวอย่างเช่นกรุปโอเป็นกรุปเลือดที่เหมาะกับการกินเนื้อสัตว์เพราะในร่างกายของคนกรุปโอมีกรดที่ย่อยเนื้อสัตว์ได้ดีดังนั้นการออกกำลังกายสำหรับคนกรุปโอจึงเหมาะกับการออกกำลังกาย
ที่ใช้แรงมากกว่ากรุปเลือดอื่นๆ เ ช่น การวิ่ง ขี่จักรยานที่ใช้แรง เดินบนลู่วิ่งไฟฟ้า
4.จดรายการอาหารและเลือกซื้อของดีไว้กินเผื่อเวลาที่คุณไปช๊อปปิ้งเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ก็ควรจะแวะซื้ออาหารที่ดีเหล่านี้เก๊บตุนเอาไว้เพราะจะได้ช่วยขจัดปัญหาการกินอาหารที่ไม่ดีต่อกรุปเลือดนั้นเองและคุณยังนำอาหารเหล่านี้มาปรุงได้เองอีกด้วย
5. กินอาหารปริมาณเท่าไรจึงจะพอทางที่ดีคุณควรกินอาหารที่ดีต่อกรุปเลือดในปริมาณที่ร่างกายต้องการเป็นดีที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาไข้มันส่วนเกินตามมา
6.ผ่อนคลายด้วยทางสายกลางเราแนะนำให้ใช้ทางสายกลางนั้นหมายความว่าคหุณอาจจะวางแผนการกินโดยการเลือกวันในการกินอาหารที่ดีและอาหารที่ไม่ดีสลับกันไปเช่นใน1เดือนมี31วันให้คุณกินอาหารที่มีประโยนช์ต่อกรุปเลือด19วัน
และกินอาหารที่เป็นกลาง8วันส่วนอาหารที่ควนหลีกเลี่ยงก็กินเพียง4วันซึ่งวันของอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงอาจจะเก๊บไว้สำหรับเวลาที่ต้องดินเนอร์กับคนรู้ใจสังสรรค์กับเพื่อนหรือโอกาสพิเศษ
เพียงเท่านี้คุณก็ไม่มีปัญหาเรื่องกินอาหารนอกบ้านอีกต่อไป
7. แก้ปัญหาเมื่อต้องกินนอกบ้าน
7.1 เลือกร้านอาหารเอง
7.2 จำเมนูที่ดีต่อกรุปเลืด
7.3 อ่านเมนูให้ดีและสั่งเมนูที่เข้าข่ายอาหาที่ดีต่อกรุปเลือด
7.4 จำให้ได้ว่าตนเองเหมาะกับเครื่องดื่มอะไร
7.5 ปล่อยตามใจตัวเอง 1 วัน
7.6 สร้างกำลังใจเมื่อท้อแท้
7.7 สำรวจร่างกายหลังการกินอาหารตามกรุปเลือดได้ 3 เดือน
7.8 วางแผนอย่างต่อเนื่อง หรือจะหยุดดี
สำหรับคนที่กินอาหารตามกรุปเลือดแล้วน้ำหนักลดลง โรคที่เคยรุมเร้าหายไป สุขภาพแข็งแรงขึ้น นั่นแปลว่า การที่คุณลงทุนลงแรงดูแลสุขภาพตามกรุปเลือดนั้นได้ผล คุณควรจะดูแลสุขภาพและรูปร่างด้วยวิธีการกินอาหารตามกรุปเลือด
ต่อไป เพราะหากคุณหยุดเมื่อไรก็เท่ากับว่าคุณต้องนับ 1 ใหม่อีกครั้งเชื่อเถาะว่ามีผู้คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รูปร่างสวยงาม ด้วยการกินอาหารตามกรุปเลือดมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าคนอื่นทำได้ผล มันก็ต้องได้ผลกับตัวคุณเช่นกัน
ถ้าคุณพร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อการมีสุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี ผิวพรรณสวยงามด้วยวิธีการกินอาหารตามกรุปเลือดแล้วละก็
เชิญอ่านวิธีการดูแลสุขภาพและรูปร่างตามกรุปเลือกของคุณได้แล้วค่ะ
00